วางแผนเกษียณอย่างไรให้ได้ผลตอบแทนดีเทียบเท่า ระบบประกันสังคม CPF ของสิงคโปร์?
โมเดลการวางแผนเกษียณที่ได้รับความน่าสนใจในแง่ของผลตอบแทนจากการลงทุนในนาทีนี้คือ แผนการออมตามแบบระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกลางของประเทศสิงคโปร์หรือที่เรียกย่อ ๆ กันว่า CPF ซึ่งนับได้ว่าเป็นระบบหนึ่งในแผนประกันสังคมที่ครอบคลุมมากเป็นอันดับต้นของโลก
มาทำความรู้จักกับ CPF เบื้องต้นกันก่อน
CPF (Central Provident Fund) หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกลาง เป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแบบบังคับ ที่จะช่วยให้ผู้มีสัญชาติสิงคโปร์และผู้มีถิ่นพำนักถาวร มีความมั่นคงในการดำรงชีพภายหลังเกษียณ ซึ่งเป็นระบบที่ได้รับการกับกำดูแลโดยรัฐบาลของสิงคโปร์โดยตรง
CPF ถือว่าเป็นกองทุนที่กำหนดให้อัตราเงินสมทบที่ต้องจ่ายเข้ากองทุนอยู่ในระดับที่สูงมาก โดยกรณีอายุต่ำกว่า 55 ปี อัตราเงินที่นายจ้างต้องสมทบเข้ากองทุนให้กับลูกจ้างแต่ละคน คือ 17% ของเงินเดือน และลูกจ้างจะถูกหักเงินออกจากเงินเดือนเพื่อสะสมสูงถึง 20% ของเงินได้ รวมสองส่วน ลูกจ้างจะมีเงินออมเข้าบัญชีต่อปี สูงถึง 37% ของเงินได้ต่อปี เป็นการบังคับให้ประชากรมีเงินเก็บแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้ในอนาคต
ประชากรแต่ละบุคคลจะมีบัญชี CPF เป็นของตนเอง โดยทางกองทุนได้มีการจัดสรรงบประมาณใน CPF แบ่งออกเป็น 3 บัญชี เพื่อจัดหมวดหมู่สำหรับรายจ่ายด้านต่าง ๆ ดังนี้
- OA – Ordinary account บัญชีสำหรับเงินออมเพื่อใช้ สำหรับที่พักอาศัย การลงทุน และการศึกษา โดยแบ่งออกจากเงินเก็บเป็นอัตราส่วน 60 %
- SA – Special account บัญชีสำหรับใช้เพื่อเป็นรายได้หลังเกษียณ โดยแบ่งออกจากเงินเก็บเป็นอัตราส่วน 20 %
- MA – Medisave account บัญชีเพื่อแยกเป็นค่ารักษาทางการแพทย์อันไม่ใช่เนื่องจากการทำงาน โดยแบ่งออกจากเงินเก็บเป็นอัตราส่วน 20 %
ระบบการออมเงินใน CPF คือรัฐบาลสิงคโปร์จะนำเงินในระบบไปลงทุน และจะการันตีดอกเบี้ยให้กับผู้ถือบัญชีแบบของใครของมัน คอนเซ็ปต์นี้จึงเหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะคนที่ไม่มีความรู้เรื่องการลงทุนก็พอจะมั่นใจได้กว่าจะได้รับผลกำไรจากการออมระยาวใน CPF มากกว่าการฝากเงินเย็นไว้ในธนาคาร เพราะเจ้าของบัญชีจะได้รับผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ย 2.5% ต่อปี สำหรับ OA หรือ 4% ต่อปี สำหรับ SA โดยไม่ต้องเสียภาษีอีกด้วย
เมื่อผู้ถือบัญชีอายุครบ 55 ปี บัญชี OA และ SA จะยุบรวมเป็นบัญชีเดียว คือ “บัญชีเพื่อการเกษียณอายุ” หรือ “บัญชี RA – Retirement Account” และเมื่อสมาชิกเกษียณอายุครบ 65 ปี ก็จะได้รับเงินเดือนตาม Tier เงินออมของตัวเอง เช่น หากมีเงินในบัญชี RA ตอนอายุ 55 ปี = $205,800 หรือ ประมาณ
฿5,350,800 เจ้าของบัญชีจะได้รับเงินเกษียณอายุที่ $1,670 หรือ ประมาณ ฿43,420/ เดือน ตั้งแต่อายุ 65 ปี ไปจนสิ้นอายุขัย

